ดอลลาร์สิงคโปร์อาจกลายเป็นสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าสุด

ข่าวการเงิน

ดอลลาร์สิงคโปร์อาจกลายเป็นสกุลเงินเอเชียที่แข็งค่าสุด หากธนาคารกลางคุมเข้มนโยบายการเงิน

ดอลลาร์สิงคโปร์กลายเป็นสกุลเงินที่ยืดหยุ่นที่สุดในเอเชีย เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ โดยนักกลยุทธ์บางคนกำลังเดิมพันว่าดอลลาร์สิงคโปร์อาจจะแข็งค่าขึ้นอีก หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อบีบบังคับให้ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) คุมเข้มนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอีกครั้งในเดือนหน้า

Goldman Sachs Group, Citigroup และ MUFG Bank เป็นหนึ่งในบรรดาธนาคารหลายแห่งที่คาดการณ์ว่าดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นอีก หากธนาคารกลางสิงคโปร์คุมเข้มนโยบายการเงินต่อในการประชุมเดือนตุลาคม เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี เมื่อเดือนกรกฎาคม

ข่าวการเงิน

การคาดการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสกุลเงินหลักเกือบทุกสกุลอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง โดยจุดยืนของ MAS ทำให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย

ขณะที่ Jeff Ng นักกลยุทธ์ของ MUFG Bank ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ความเป็นไปได้ที่ MAS จะยกระดับความเข้มงวดด้านนโยบายอีกในเดือนหน้าอยู่ที่ 50% ซึ่งอาจส่งผลให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในเดือนถัดไป

MUFG คาดการณ์ว่าดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นแตะ 1.38 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปีนี้ เทียบกับที่ปิด 1.4070 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

MAS แตกต่างจากธนาคารกลางส่วนใหญ่ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก MAS พยายามควบคุมให้ดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินของคู่ค้ารายใหญ่แทน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า MAS จะคุมเข้มนโยบายการเงินเป็นครั้งที่ 4 ในปีนี้ ก็ไม่มีหลักประกันว่าดอลลาร์สิงคโปร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากดอลลาร์สิงคโปร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บททดสอบดอลลาร์สิงคโปร์อีกครั้งจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ (23 กันยายน) จากการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์อาจอยู่ภายใต้แรงกดดัน หากตัวเลขดังกล่าวสร้างความผิดหวัง และทำให้ MAS มีแนวโน้มคุมเข้มนโยบายลดลง